ทองแท้ 96.5% ปั๊มโลโก้ ออโรร่า น้ำหนักทอง 1 กรัม (1 กรัม) ติดอยู่บนการ์ดของออโรร่า ให้เป็นของขวัญ หรือสะสมเพื่อการลงทุนได้
อ่านต่อ..เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ปีใหม่อีกครั้ง.....
.jpg)
ในช่วงเวลาที่ปีเก่ากำลังจะผ่านไปและปีใหม่กำลังจะมาถึง ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นเต้นและให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้เป็นอย่างมาก เพราะวันปีใหม่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้น ที่หลายคนตั้งเป้าหมายไว้เพื่อให้ชีวิตก้าวหน้าและดีขึ้นกว่าเดิม ค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าจึงมักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แสงไฟ และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง เพื่อบอกลาปีเก่าพร้อมต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง
คืนข้ามปีจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “การเริ่มต้นใหม่” ที่หลายคนใช้เวลาในการทบทวนตัวเอง ตั้งเป้าหมาย และส่งต่อคำอวยพรที่ดี ให้แก่กัน เหมือนกับการบอกตัวเองว่า
เมื่อพูดถึงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าการเฉลิมฉลองก็คือ “ความเชื่อ” ที่ผู้คนในแต่ละประเทศยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมา หลายแห่งมีพิธีกรรมเฉพาะตัวเพื่อเสริมสิริมงคลในชีวิตและต้อนรับสิ่งดี ๆ เข้ามาในปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ จุดพลุ กินอาหารมงคล หรือร่วมกิจกรรมกับครอบครัว
เรามาดูวัฒนธรรมแต่ละประเทศกันดีกว่าว่าเขานิยมทำอะไรกัน
1.ประเทศญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นในวันส่งท้ายปีจะมีกิจกรรมที่เรียกว่า โอะมิซุตตะ (Ōmisoka) คือ ทำความสะอาดบ้านเพื่อต้อนรับปีใหม่ และอีกหนึ่งประเพณีสำคัญ คือ การตีระฆัง 108 ครั้ง คนญี่ปุ่นช่วงก่อนเที่ยงคืนจะเข้าวัดหรือศาลเจ้าเพื่อสวดมนต์รับปีใหม่ ซึ่งสื่อถึงการกำจัดบาปทั้ง 108 ประการ สำหรับชาวญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อเรื่องของการชำระล้างกิเลสตัณหาทางโลกในตัวมนุษย์หรือความไม่สบายใจในปีที่ผ่านมาไปกับเสียงระฆัง หากใครที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนวันสิ้นปีอาจจะได้ยินเสียงระฆังดังต่อเนื่องตามวัดทั่วญี่ปุ่น
ผู้คนจะเข้าวัดหรือศาลเจ้าก่อนเที่ยงคืนเพื่อสวดมนต์ รับปีใหม่ และร่วมฟังเสียงระฆังที่ดังก้องไปทั่วเมือง ความเชื่อนี้สะท้อนถึงการปล่อยวางความกังวล ความโศกเศร้า และสิ่งไม่ดีในปีที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ด้วยจิตใจบริสุทธิ์ สดชื่น และพร้อมสำหรับสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะมาถึง
2. ประเทศเกาหลีใต้
ที่เกาหลีใต้ในคืนวันส่งท้ายปี ผู้คนจะมารวมตัวกันอย่างคึกคักเพื่อร่วมพิธีตีระฆังที่หอระฆังโพชินกัก (Bosingak Belfry) ในกรุงโซล ซึ่งจะมีการตีระฆังเวลาเที่ยงคืนตรง จำนวน 33 ครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นทางการ เสียงระฆังดังก้องไปทั่วเมือง เปรียบเสมือนการปลุกพลังและความหวังของผู้คนให้เริ่มต้นชีวิตบทใหม่อย่างสดใส
หลังจากนั้น คนเกาหลีในครอบครัวจะร่วมรับประทาน ซุปเค้กข้าวหรือต๊อกกุก (Tteokguk) ซึ่งเป็นอาหารมงคลที่เชื่อว่าการกินซุปนี้จะทำให้อายุเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี และยังสื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองในปีที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย บางครอบครัวยังใช้เวลานี้ในการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อส่งคำอวยพรและขอบคุณกันก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น
3.ประเทศสเปน
ตามความเชื่อของชาวสเปนในคืนวันส่งท้ายปีเก่า ผู้คนจะกินองุ่นจำนวน 12 ลูกในช่วงข้ามปี โดยองุ่นแต่ละลูกแทนแต่ละเดือนของปีใหม่ เชื่อกันว่าหากกินครบทั้ง 12 ลูกภายในจังหวะเสียงระฆัง จะนำพาความโชคดี ความสุข และความเจริญมาสู่ชีวิตตลอดทั้งปี สำหรับชาวสเปน องุ่นยังเป็นผลไม้แห่งความสามัคคีและความยินดีที่แบ่งปันร่วมกันในช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่
บรรยากาศในคืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความคึกคัก ผู้คนจะมารวมตัวกันที่จัตุรัส ปูเอร์ตา เดล โซล (Puerta del Sol) ใจกลางกรุงมาดริด เพื่อร่วมเคานต์ดาวน์พร้อมเสียงระฆัง 12 ครั้ง ทุกคนจะกินองุ่นไปพร้อมกันทีละลูกและอธิษฐานในใจในขณะเดียวกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่อบอวลไปด้วยความหวัง ความสุข และพลังบวกของการเริ่มต้นปีใหม่อย่างแท้จริง
4. ประเทศสหรัฐอเมริกา
งานฉลองคืนส่งท้ายปีที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ “Times Square Ball Drop” หรือพิธีการปล่อยลูกบอลแสงที่ไทม์สแควร์ ในนครนิวยอร์ก ซึ่งมีผู้คนมาร่วมเคานต์ดาวน์นับล้านคน และอีกหลายล้านคนรับชมผ่านการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชาวอเมริกันนิยมดื่มแชมเปญร่วมฉลองกับครอบครัวและเพื่อนฝูงเพื่ออวยพรปีใหม่อย่างอบอุ่น ส่วนวันปีใหม่เองจะมีกิจกรรมยอดนิยมอย่างการชมขบวนพาเหรดและการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะ “Rose Bowl Parade” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นปีใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุข
5. ประเทศสกอตแลนด์
ธรรมเนียมเฉลิมฉลองปีใหม่ของสกอตแลนด์เรียกว่า “First Footing” ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี หมายถึงการต้อนรับ “แขกคนแรก” ที่เดินเข้าบ้านหลังเที่ยงคืนของวันปีใหม่ เจ้าของบ้านจะมอบของขวัญเล็ก ๆ เช่น เกลือ ถ่านหิน ชอร์ตเบรดคุกกี้ หรือวิสกี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ความอบอุ่น และความโชคดี
เชื่อกันว่าหากแขกคนแรกเป็นผู้ชายผมดำที่นำของขวัญมาด้วย จะยิ่งนำพาความมั่งคั่งและความสุขตลอดทั้งปีให้กับเจ้าของบ้าน ประเพณีนี้จึงไม่เพียงเป็นการเริ่มต้นปีใหม่อย่างเป็นมงคล แต่ยังสะท้อนถึงความอบอุ่นและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของผู้คนในชุมชน
6.ประเทศรัสเซีย
ประเทศรัสเซียถือว่าช่วงปีใหม่เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของปี โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มักจะมารวมตัวกันตกแต่งต้นสนหรือ “โยลก้า” (Ёлка – Yolka) ด้วยลูกบอลหลากสีและไฟประดับอย่างสวยงาม ในคืนส่งท้ายปีเก่าผู้คนจะร่วมฉลองอย่างอบอุ่นกับอาหารมื้อใหญ่ มีเมนูดั้งเดิมอย่าง สลัดโอลิเวียร์ (Olivier Salad) หรือที่รู้จักกันว่า Russian Salad, สลัดเฮอริ่ง (Herring under a Fur Coat) และขนมปังอบหลากชนิด
นอกจากนี้ยังมีการมอบของขวัญให้กันและกัน รวมถึงการรอคอย “คุณปู่ฟรอสต์ (Ded Moroz)” และ “หลานสาวสเนกูรอชกา (Snegurochka)” ผู้ซึ่งจะนำของขวัญมาแจกให้เด็ก ๆ บรรยากาศในคืนนั้นจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงหัวเราะ และความสุขที่สะท้อนถึงความสำคัญของครอบครัวในเทศกาลปีใหม่ของชาวรัสเซีย
7.ประเทศอิตาลี
ในประเทศอิตาลี ชาวอิตาลีนิยมรับประทาน ถั่วเลนทิล (Lentils) ในช่วงปีใหม่ เนื่องจากถั่วชนิดนี้มีลักษณะคล้ายเหรียญ จึงเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง การกินถั่วเลนทิลในคืนส่งท้ายปีเก่าถือเป็นการอธิษฐานให้ปีใหม่เต็มไปด้วยความร่ำรวยและโชคลาภ ทั้งในด้านการงาน การเงิน และชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมักรับประทานคู่กับอาหารมงคลอื่น ๆ เพื่อเสริมโชคและความสุขให้กับครอบครัวตลอดทั้งปี
นอกจากถั่วเลนทิลแล้ว ชาวอิตาลีบางพื้นที่ยังนิยมทาน ซอสเนื้อหรือคอร์เน็ตโต ร่วมกับถั่วเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และหลายครอบครัวถือโอกาสนี้จัดมื้ออาหารร่วมกันอย่างอบอุ่น เปรียบเหมือนการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความรัก ความสามัคคี และความหวังดีต่อกัน ทำให้เทศกาลปีใหม่ของอิตาลีเต็มไปด้วยทั้งความสนุกสนานและความหมายแห่งโชคลาภ
8.ประเทศไทย
ส่งท้ายด้วยประเทศไทย ถือเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมาก โดยในคืนส่งท้ายปีเก่า คนไทยจำนวนมากนิยมร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” ตามวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นการตั้งจิตอธิษฐานและเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ก่อนจะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยจิตใจที่สงบและเปี่ยมด้วยพลังบวก ส่วนในวันปีใหม่ หลายครอบครัวจะพากันไป ทำบุญตักบาตร หรือ ไหว้พระ 9 วัด เพื่อความเป็นสิริมงคลและเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุข
นอกจากนี้ คนไทยยังนิยมใช้ช่วงเวลานี้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ร่วมรับประทานอาหาร พูดคุย และเฉลิมฉลองกันอย่างอบอุ่น บางพื้นที่ยังจัดงานรื่นเริง เคานต์ดาวน์ จุดพลุ และปล่อยโคมลอย เพื่อส่งท้ายปีเก่าด้วยความสุข และต้อนรับปีใหม่ด้วยรอยยิ้มและความหวังดี ๆ ที่จะติดตัวไปตลอดปี
วันปีใหม่ในแต่ละประเทศอาจมีวัฒนธรรมและธรรมเนียมที่แตกต่างกัน แต่โดยส่วนมากมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อ ความสนุกสนานและการเริ่มต้นใหม่ในปีถัดไปคล้ายๆกัน โดยเฉพาะการเฉลิมฉลองในงานปาร์ตี้และกิจกรรมในครอบครัว
ท้ายที่สุดพนักงานออโรร่าขอส่งความปรารถนาดีถึงลูกค้าทุกท่าน ขอให้ปีใหม่นี้เต็มไปด้วยความสุข ความสำเร็จ และรอยยิ้มที่อบอุ่นตลอดทั้งปีค่ะ ❤️
น้องของขวัญขอแนะนำ ✨
สินค้าที่เหมาะแก่การให้ในช่วงปีใหม่เพื่อเปิดรับโชคลาภดีๆ
กับคนที่คุณรัก “ ทองแท่งเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี่ย ”
เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย มีความเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าจีนแห่งความร่ำรวย ความมั่งคั่งและการได้รับโชคลาภด้านเงินทอง จึงนิยมกราบไหว้ในเทศกาลสำคัญต่างๆ เพื่อไหว้ขอพรจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ให้กิจการเจริญรุ่งเรือง มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน อีกทั้ง ยังช่วยดลบันดาลและช่วยเหลือให้ได้มีโชคลาภตลอดจนความโชคดีต่างๆ
วิธีการบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย :
1. ให้ตั้งองค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย หันหน้าเข้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือหรือหากไม่สามารถตั้งตามทิศได้ ให้ตั้งตามความเหมาะสม แต่ให้ตั้งเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยต่ำกว่าพระพุทธรูป
2. ตามความเชื่อ หากต้องการเรียกทรัพย์ เก็บเงินให้อยู่ ก็ตั้งบูชาไว้บนโต๊ะทำงาน ที่เก็บเงิน หรือตู้เซฟ
3. การตั้งบูชาไว้ที่หน้าร้านค้า หรือบนตู้ใส่สินค้า และตระกร้าเก็บเงินหรือลิ้นชัก จะช่วยเสริมด้านการเงินให้ค้าขายดี
4. การตั้งบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยไว้ที่หน้ารถ จะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้าย เดินทางอย่างปลอดภัย
ช่องทางติดตามข่าวสารและสั่งซื้อสินค้า
🌐 Website : www.aurora.co.th
📌 Facebook : Aurora Gold and Jewelry
💬 Line Official : @aurorathailand
🌈 Instagram : Auroragoldandjewelryth
💥TIKTOK : @auroragoldandjewelry
🍋 Lemon 8 : @auroragoldandjewelry
💫 X : @augoldofficial
🧡 Shopee: https://shopee.co.th/aurora_gift_officialshop
https://shopee.co.th/auroradesign
💙 Lazada: https://s.lazada.co.th/a.0RkY
https://lazada.co.th/shop/aurora-selected/