สาขา เซ็นทรัลบางนา

เงื่อนไขการร่วมกิจกรรม
  1. ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องเป็นสมาชิกออโรร่าและมีการลงทะเบียน PDPA (ข้อมูลคุ้มครองส่วนบุคคล) แล้วเท่านั้น จึงจะสามารถร่วมสนุกกิจกรรมได้
  2. ขอสงวนสิทธิ์มอบของรางวัลแก่ผู้ร่วมกิจกรรมที่ปฏิบัติตามกติกา เงื่อนไข เท่านั้น
  3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และข้อกำหนดต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ส่วนที่ 1 : เงื่อนไขการสมัครสมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่า

  1. ลูกค้ายินยอมเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครเป็นสมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่ามูลค่า 500 บาท ซึ่งจะมีอายุการเป็นสมาชิก 3 ปีนับจากวันสมัครสมาชิก โดยสามารถสมัครสมาชิกได้ที่แอพพลิเคชั่น Aurora Gift และสาขาของห้างเพชรทองออโรร่าทุกสาขา
  2. หากสมาชิกหมดอายุ ลูกค้าสามารถทำการต่ออายุได้โดยเสียค่าต่ออายุการใช้งานการเป็นสมาชิก มูลค่า 500 บาทได้ที่แอพพลิเคชั่น Aurora Gift และสาขาของห้างเพชรทองออโรร่าทุกสาขา
  3. สมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่า สามารถดูสถานะของการเป็นสมาชิก จำนวนแต้มคะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าได้บนแอพพลิเคชั่น Aurora Gift โดยยอดคะแนนสะสมเกิดจากการซื้อสินค้าทุกๆ 10 บาท จะเท่ากับคะแนน 1 แต้ม ซึ่งสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมายผ่านแอพพลิเคชั่น Aurora Gift เท่านั้น
  4. คะแนนสะสมจากการซื้อจะมีอายุ 3 ปี ซึ่งนับจากวันที่ลูกค้าซื้อสินค้าของห้างเพชรทองออโรร่า เช่น ลูกค้าซื้อสินค้าวันที่ 1/1/2563 ได้แต้มจำนวน 2,500 แต้ม และวันที่ 1/1/2566 แต้มจะหมดอายุ 2,500 แต้ม เป็นต้น ในกรณีลูกค้าไม่ใช้แต้มสะสมตามกำหนดอายุ ถือว่าแต้มนั้นหมดอายุและไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก

ส่วนที่ 2 : สิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก

  1. ลูกค้าที่มีการสมัครสมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่าและลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น Aurora Gift จะได้สิทธิพิเศษส่วนลดค่ากำเหน็จ 30% ในการซื้อทองรูปพรรณ ทันที และสามารถใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าในครั้งถัดไปได้ทุกสาขาทั่วประเทศไทยตลอดอายุสมาชิก โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  2. สมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่า ที่ซื้อทองรูปพรรณภายในวันพุธที่สาขา ลูกค้าจะได้รับลูกค้าจะได้สิทธิพิเศษส่วนลดค่ากำเหน็จ 30% และลดเพิ่มเติมอีก 119 บาท ตลอดอายุสมาชิก
  3. สมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่า ที่ซื้อรูปพรรณในเดือนเกิดตามบัตรประชาชนหรือเอกสารที่รับรองจากราชการ ที่มีค่ากำเหน็จมูลค่าไม่เกิน 1,890 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท จะได้สิทธิส่วนลดพิเศษค่ากำเหน็จ 50% จำนวน 1 สิทธิ์/ปี/ท่าน
  4. การแลกของรางวัลและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ นั้น ลูกค้าจะต้องทำการแลกรับสิทธิประโยชน์บนแอพพลิเคชั่น Aurora Gift เท่านั้น ตามจำนวนคะแนนของลูกค้าที่มีอยู่เท่านั้น โดยสามารถติดต่อรับของรางวัลที่ได้ทำการแลกได้ที่สาขาทั่วประเทศ ซึ่งมีหมวดหมู่ให้ลูกค้าแลกทั้งหมด 6 หมวดหมู่ ดังนี้
    • คูปองส่วนลด : บัตรของขวัญแทนเงินสดในการซื้อสินค้าทองคำหรือเพชรที่ห้างเพชรทองออโรร่าทุกสาขาทั่วประเทศ
    • ของพรีเมี่ยม : กล่องเครื่องประดับ, เสื้อโปโล และอื่นๆ
    • พระเครื่อง : พู่ห้อยหลวงพ่อโสธร, พู่ห้อยหลวงปู่ทวด และอื่นๆ
    • ท่องเที่ยวและโรงแรม : ที่พักที่ออโรร่ารีสอร์ท เขาใหญ่, ออโรร่าสอร์ท กาญจนบุรี, ออโรร่ารีสอร์ท เชียงดาว
    • แลกสิทธิ์ร่วมกิจกรรม : การกดรับสิทธิ์ลุ้นส่วนลดต่างๆ หรือฟรีค่ากำเหน็จ ในวันฉลองครบรอบวันเกิดห้างเพชรทองออโรร่า หรือรายการส่งเสริมการขายในแต่ละช่วง
    • สินค้าเพชร-ทอง : กิมตุ้งแทนใจ, กรอบรูปม้ามงคล, กรอบรูปนาฬิกาเรือสำเภา, กรอบรูปช้างยุทธหัตถีและอื่นๆ
  5. สมาชิกของห้างเพชรทองออโรร่าจะรับรู้ข่าวสารจากช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) เพื่อรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ รวมถึงการรับข่าวสารโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ผ่านทุกช่องทางประชาสัมพันธ์ของบริษัท เช่น เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม โทรศัพท์ อีเมล พนักงานขาย SMS เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น เป็นต้น
  6. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ต่างๆ บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกให้ทราบผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท เช่น แอพพลิเคชั่น Aurora Gift, www.aurora.co.th หรือทางแผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-749-5085 กด 2 เป็นต้น

ส่วนที่ 3 : การยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกห้างเพชรทองออโรร่า

บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”)ตระหนักถึงความสำคัญและหน้าที่ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยให้ความสำคัญในการเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว และมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้มีความปลอดภัย ซึ่งหลักเกณฑ์นี้จะบังคับใช้ครอบคลุมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือผู้ใช้บริการต่างๆของบริษัทฯ รวมถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัทฯ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. คำนิยาม
    1. ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด เพศ อายุ อาชีพ รายได้ เป็นต้น หรือข้อมูลการติดต่ออื่นๆที่ลูกค้าได้ส่งมอบ หรือระบุ ลงในใบคำขอสมัครสมาชิก หรือในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของบริษัท หรือกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทรวมถึงเอกสารประกอบและข้อมูลการสื่อสารต่างๆ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ตามที่ลูกค้ามอบให้กับบริษัท ทั้งในรูปแบบหนังสือหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ เช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบริษัทฯ ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยบริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากลูกค้า หรือในกรณีที่บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายอนุญาต

      กรณีบริษัทฯ ได้รับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้า หรือนำข้อมูลของลูกค้าออกจากบัตรประจำตัวประชาชนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าที่สมัครใช้บริการ และ/หรือทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทฯ ข้อมูลที่ได้รับจะมีข้อมูลศาสนาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวจากลูกค้า ทั้งนี้บริษัทฯ จะกำหนดวิธีการจัดการตามแนวทางปฏิบัติ และเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต

  2. การเก็บรวบรวมข้อมูลลูกค้า

    กรณีบริษัทฯ ได้รับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกค้า หรือนำข้อมูลของลูกค้าออกจากบัตรประจำตัวประชาชนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าที่สมัครใช้บริการ และ/หรือทำธุรกรรมใดๆ กับบริษัทฯ ข้อมูลที่ได้รับจะมีข้อมูลศาสนาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวจากลูกค้า ทั้งนี้บริษัทฯ จะกำหนดวิธีการจัดการตามแนวทางปฏิบัติ และเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต

    ฐานข้อมูลของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการจะถูกจัดเก็บไว้หน่วยบันทึกความจำที่มีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลระดับสูงกรณีการใช้หรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯมีข้อกำหนดทางด้านความมั่งคงปลอดภัยสำหรับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ก่อนที่จะอนุญาตให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้(Addressing security when dealing with customers)

  3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์ภายใต้ฐานในการประมวลผลข้อมูล ดังต่อไปนี้

    1. การตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลของลูกค้าเพื่อเข้าใช้บริการผ่านทุกช่องทางขายของบริษัทฯ รวมถึงทุกช่องทางการสื่อสารของบริษัทฯ
    2. สร้าง ปรับปรุง จัดการ และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ ผลประโยชน์ และสิทธิพิเศษต่างๆผ่านทุกช่องทางขายและการสื่อสารของบริษัท
    3. ให้การบริการของบริษัทฯ แก่ลูกค้า รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการประมวลผลธุรกรรมใดๆ ของลูกค้า ผ่านทุกช่องทางขายและการสื่อสารของบริษัท
    4. ดำเนินการตามคำขอ โดยลูกค้าเป็นผู้แจ้งความประสงค์แก่บริษัทฯเอง ผ่านทุกช่องทางขายและการสื่อสารของบริษัทซึ่งหมายรวมถึงการแจ้งเข้ามาที่บริษัทในรูปแบบช่องทางสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น SMS, Email, Social Messenger, Application
    5. นำส่งใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี จดหมาย และ/หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายรวมถึงการนำส่งในรูปแบบสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น SMS, Email, Social Messenger, Application
    6. การติดตามทวงถามหนี้กรณีลูกค้าผิดนัดชำระค่าสินค้า ค่ามัดจำสินค้า
    7. การติดตามทวงถามหนี้กรณีลูกค้าผิดนัดชำระค่าสินค้า ค่ามัดจำสินค้า
    8. การปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับของหน่วยงานที่กำกับดูแลบริษัทฯ
    9. ปกป้องผลประโยชน์โดยชอบของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การรักษาความปลอดภัยของสถานที่ และทรัพย์สิน การวิเคราะห์ข้อมูล การรับประกันคุณภาพของบริการ การตรวจสอบของผู้ตรวจสอบทั้งภายในและภายนอก การรักษาความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่าย
    10. การจัดการข้อร้องเรียนที่ลูกค้ามีต่อบริษัทฯ
    11. ประโยชน์ในการจัดทำฐานข้อมูล และใช้ข้อมูลเพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ และนำเสนอบริการ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ของบริษัทฯ หรือเพื่อนำมาพัฒนา ปรับปรุง ด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ และการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
    12. การประมวลผล การบริหารจัดการ การดำเนินการเกี่ยวกับคำขอสมัครสมาชิกของบริษัทฯ หรือธุรกรรม ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมที่ลูกค้ายื่นต่อบริษัทฯ รวมถึงการพิจารณารับเป็นสมาชิก การดำเนินการและให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำการตลาด การจัดเก็บเงินค่าสินค้า การตรวจสอบ การวิเคราะห์ การประมวลผล การยกเลิกการเป็นสมาชิกของลูกค้า
    13. กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทฯ ซึ่งจะไม่ละเมิดสิทธิพื้นฐาน หรือสิทธิทางเสรีภาพของลูกค้า

    บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากลูกค้ากรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้ขอความยินยอม หรือบริษัทฯ ไม่มีเหตุผลให้ใช้ฐานการประมวลผลข้างต้นเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมมาจากลูกค้าได้

  4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

    กรณีบริษัทฯ จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ภายใต้ขอบเขตที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือการให้บริการอันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการเท่านั้น โดยบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลแก่

    1. คู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีสถานะเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา
    2. ผู้ให้บริการ หมายถึง นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่บริษัทฯ พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่บริษัทฯใช้บริการอยู่ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้บริการจัดเก็บเอกสาร ผู้ให้บริการจัดพิมพ์เอกสาร ผู้ให้บริการจัดส่งเอกสาร เป็นต้น
    3. ผู้ให้บริการ หมายถึง นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา ที่บริษัทฯ พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการให้บริการแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่บริษัทฯใช้บริการอยู่ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ ผู้ให้บริการจัดเก็บเอกสาร ผู้ให้บริการจัดพิมพ์เอกสาร ผู้ให้บริการจัดส่งเอกสาร เป็นต้น
  5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

    บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปยังบริษัทในเครือเดียวกันที่อยู่ต่างประเทศ ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้รับข้อมูลอื่น เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจัดเก็บไว้บน Server หรือ Cloud ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาให้มั่นใจได้ว่าประเทศปลายทางนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด

  6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

    บริษัทฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการใช้ตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ และเพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และการกำกับดูแล เช่น กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ให้บริษัทฯ จัดเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ลูกค้าสิ้นสุดสัญญากับบริษัทฯ เว้นแต่บริษัทฯ ใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้หากบริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป บริษัทฯ จะลบข้อมูลนั้นออกจากระบบ และ/หรือดำเนินการให้ข้อมูลนั้นกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถบ่งชี้ตัวบุคคล เพื่อที่ลูกค้าจะไม่สามารถถูกบ่งชี้ตัวตนจากข้อมูลนั้นได้อีกต่อไป ภายใต้ภาระหน้าที่ดำรงข้อมูลไว้ตามกฎหมาย

  7. บริษัทฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างไร

    บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทฯ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบ และบริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะตามความจำเป็น และเหมาะสม นอกจากนี้ผู้บริหาร พนักงาน ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทฯ กำหนด

  8. สิทธิของเจ้าของข้อมูล

    สิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ซึ่งลูกค้าอาจขอใช้สิทธิกับบริษัทฯ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดและกระบวนการจัดการสิทธิของบริษัทฯ ได้ดังนี้

    1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

      หากลูกค้าได้ให้ความยินยอมให้บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ลูกค้ามีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอยู่กับบริษัทฯ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ลูกค้าอยู่ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของลูกค้าอาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น ลูกค้าจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากการซื้อผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ลูกค้า เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของลูกค้าจึงควรศึกษา และสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม

    2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

      ลูกค้ามีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับลูกค้า รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ลูกค้าไม่ได้ให้ความยินยอมไว้กับบริษัทฯ

    3. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

      ลูกค้ามีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ในกรณีที่บริษัทฯ ได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่สามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

    4. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล

      ลูกค้ามีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้านั้นทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ โดยไม่เกินขอบเขตที่ลูกค้าสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล เว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทฯ สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกค้า หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมายตามแต่กรณี นอกจากนี้ลูกค้ายังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย

    5. สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

      ลูกค้ามีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ หากลูกค้าเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเห็นว่าบริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อลูกค้าได้ใช้สิทธิขอเพิกถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูล

    6. สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

      ลูกค้ามีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าชั่วคราวในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำร้องขอใช้สิทธิแก้ไขหรือขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า หรือกรณีที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามกฎหมาย แต่ลูกค้าขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้แทน

    7. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

      ลูกค้ามีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยลูกค้าสามารถปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าตามขั้นตอนของบริษัทฯ

    8. สิทธิร้องเรียน

      ลูกค้ามีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากลูกค้าเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    การใช้สิทธิของลูกค้าตามข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทฯ อาจปฏิเสธ หรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของลูกค้าได้ เช่น บริษัทฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการใช้สิทธินั้นๆ อาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือบริษัทฯ จำเป็นต้องใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ลูกค้าทราบและหากลูกค้าต้องการใช้สิทธิตามข้างต้น ลูกค้าสามารถยื่นคำขอมายังบริษัทฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัทฯได้

  9. กิจกรรมทางการตลาด และการส่งเสริมการตลาด

    บริษัทฯ ใช้ข้อมูลบางอย่างของลูกค้าเพื่อทำการตลาดที่ตรงตามความสนใจของลูกค้าเพื่อที่ลูกค้าจะได้รับแจ้งเกี่ยวกับกิจกรรม ข้อเสนอการส่งเสริมการขาย ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ลูกค้าอาจมีความสนใจ โดยลูกค้าสามารถแจ้งการยกเลิกการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากทางบริษัทฯ ได้ ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัทฯ

  10. การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลสำหรับลูกค้า

    บริษัทฯ จะทำการพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลสำหรับลูกค้าเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์นี้ หรือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯแต่อย่างใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ลูกค้าทราบด้วยการประกาศข้อมูลทางช่องทางการสื่อสารของบริษัทฯ

  11. ช่องทางติดต่อ

    ลูกค้าหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อบริษัทฯได้ตามช่องทาง ดังนี้

    • ฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์
    • บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน)
    • ที่อยู่ 444 ซอยอุดมสุข 26 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
    • เบอร์โทรศัพท์ : 02-749-5085 กด 2
    • อีเมล์ : crm@aurora.co.th

    อนึ่ง ก่อนให้ความยินยอมข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งระบุไว้ด้านบนของความยินยอมนี้อย่างชัดเจนแล้ว


กรอกข้อมูลเพื่อรับสิทธิประโยชน์
กรุณากรอกชื่อ.
กรุณากรอกนามสกุล.
กรุณากรอกเบอร์โทรศัพท์ให้ถูกต้อง.
กรุณากรอกอีเมลให้ถูกต้อง.